สไลด์ด้านบน

รายวิชา ประวัติศาสตร์ รหัสวิชา ส22104 คุณครูผู้สอน คุณครูชาญวิทย์ ปรีชาพาณิชพัฒนา โรงเรียนเสลภูมิพิทยาคม อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

ข่าว

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2559

31.ด้านหลังธนบัตรของไทย

ศึกษาประวัติศาสตร์ไทยจากธนบัตร
หลักฐานทางประวัติศาสตร์

  • เชื่อว่าใคร ๆ ก็เคยเห็น ด้านหลังธนบัตรของไทยที่เราเคยใช้กันมาในชุดที่ 12 อันเป็นชุดเฉลิมฉลองมหาราชของบูรพกษัตริย์ไทย โดยมี
  • ใบละ   10 บาท (พระปิยมหาราช)
  • ใบละ   20 บาท (พระเจ้าตากสินมหาราช)
  • ใบละ 100 บาท (พระนเรศวรมหาราช)
  • โดยด้านหลังของธนบัตรใบละ 20 บาทนั้นเป็นภาพที่นำมาจากพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ณ สวนสาธารณะทุ่งนาเชย อ.เมือง จ.จันทบุรี ทรงม้าศึกพร้อมทหารคู่พระราชหฤทัยทั้งสี่ แต่ใครจะรู้บ้างว่าทหารทั้งสี่นั้นเป็นใครบ้าง เราไปสัมผัสองค์ความรู้ที่น่าสนใจจากเรื่องนี้กันดูครับ.......
  • ท่านที่ 1 คือ "พระเชียงเงิน” (มือซ้ายถือพระขรรค์ (สูงศักดิ์กว่าดาบ) มือขวาชี้ไปข้างหน้า) ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุกรมหลวงนรินทรเทวีว่า มิได้หนีมาพร้อมกับพระเจ้าตากสิน แต่เสด็จมาพบในภายหลัง และได้ “ให้พลายแหวนกับพังหมอนทรง” แสดงว่า พระเชียงเงิน น่าจะมีบริวารอยู่พอสมควร ถึงกับมีช้างคู่ที่จะถวายได้ อีกทั้งบรรดาศักดิ์ที่เป็น “พระ” ก็สูงกว่าบริวารทั้งหมดที่ออกชื่อไว้ในพระราชพงศาวดาร ซึ่งสันนิษฐานว่าเชียงเงิน อาจจะเป็นชุมชนหรือเมืองเล็กๆ แถบเมืองตาก-ระแหง เพราะแถบนั้นปรากฏชื่อเมือง “เชียงทอง” อยู่ด้วย (พระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา เล่ม 2, พระนคร, โอเดียนสโตร์, 2505, หน้า 362) อาจทำให้พอคาดเดาได้ว่า พระเชียงเงิน อาจเป็นเจ้าเมืองเชียงเงิน ซึ่งเป็นเมืองจัตวา ขึ้นต่อเมืองตาก-ระแหงมาก่อน และด้วยเหตุนี้ เมื่อได้พบพระเจ้าตากสินจึงได้เข้าสวามิภักดิ์ด้วยแต่ต้น โดยต่อมาพระเชียงเงิน ได้รับโปรดเกล้าฯ จากพระเจ้าตากสินให้รับตำแหน่งของขุนนางส่วนกลางในระหว่างทางเดินทัพออกจากกรุงศรีอยุธยาไปเมืองระยอง เมื่อตอนที่พระเจ้าตากสินได้ประกาศพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ของราชอาณาจักรใหม่หลังเสียกรุงศรีอยุธยา ซึ่งต่อมาเมื่อปราบเมืองเหนือได้เรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระเชียงเงินผู้นี้ไปรั้งเมืองสุโขทัย จึงปรากฏชื่อว่าเป็น “พระยาสุโขทัย” จนถึงแก่อนิจกรรมเมื่อก่อน พ.ศ. 2320
  • ท่านที่ 2 คือ "หลวงราชเสนา" (มือขวาถือปืน แอบอยู่ข้างหน้าม้าทรง) ซึ่งต่อมาก็คือกรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท หลังจากพระยาตากสินซึ่งรวบรวมไพร่พลตั้งอยู่ที่จันทบุรี เข้าตีพม่าข้าศึกที่รักษากรุงศรีอยุธยาแตกไปแล้ว และเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติเป็น สมเด็จพระเจ้าตากสิน แล้วสถาปนา "กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร" เป็นราชธานี เมื่อ ปีชวด สัมฤทธิศก พ.ศ. 2311 จึงได้รับการสถาปนาบรรดาศักดิ์เป็น พระมหามนตรี เจ้าพระตำรวจในขวา ด้วยเป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยมาก
  • ท่านที่ 3 คือ หลวงพิชัยอาสา (แบมือ ไม่ถือดาบ ชูมือซ้ายพร้อมเข้าต่อสู้) ซึ่งต่อมาก็คือ "พระยาพิชัยดาบหัก" เดิมชื่อว่า จ้อย และมีฝีมือในการชกมวยมาก ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น “นายทองดี ฟันขาว” เพราะไม่ได้กินหมากเหมือนกับคนอื่นในสมัยนั้น
  • นายทองดี ฟันขาว นั้นถือว่ามีฝีมือในการชกมวยฉกาจฉกรรจ์ เท้าไว เอาชนะครูมวยหลายคนจนสลบไสลไปหลายครั้งหลายครา และได้ชกมวยแสดงฝีมือต่อหน้าพระยาตากผู้ชื่นชอบมวยอยู่แล้ว จึงชักชวนให้ไปอยู่ด้วย และได้ถวายตัวเป็นทหารของพระยาตากตั้งแต่บัดนั้น ซึ่งได้ให้การรับใช้จนเป็นที่โปรดปรานมาก จนได้รับยศเป็น “หลวงพิชัยอาสา”
  • เมื่อเจ้าเมืองตากได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ให้เป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชร หลวงพิชัยอาสาได้ติดตามไปรับใช้อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งเกิดสงครามคราวเสียกรุง พม่ายกทัพล้อมกรุงศรีอยุธยา พระยาวชิรปราการ พร้อมด้วยหลวงพิชัยอาสา และทหารหาญทั้งหลาย ได้เข้าปะทะต่อสู้จนชนะทัพพม่าหลายคราวมากมาย แต่สุดท้ายไม่อาจต้านทานกำลังที่มากกว่าได้จึงได้ตีฝ่าออกมาเพื่อกอบกู้กรุงในภายหลัง โดยพระยาวชิรปราการได้รับการต้อนรับจากประชาชนและยกย่องขึ้นเป็นผู้นำ
  • เมื่อกอบกู้เอกราชได้แล้ว พระเจ้าตากสินจึงได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองกรุงธนบุรีศรีมหาสมุทรและได้ทรงโปรดเกล้าฯ ให้หลวงพิชัยอาสา เป็นเจ้าหมื่นไวยวรนาถ เป็นทหารเอกราชองครักษ์ในพระองค์ และได้เป็น "พระยาพิชัย" เจ้าเมืองพิชัยในเวลาต่อมา ก่อนจะสร้างวีกรรมอันลือลั่น ต่อสู้กับทัพพม่าจนดาบหัก และได้สมญาว่า "พระยาพิชัยดาบหัก" ผู้เป็นยอดวีรบุรุษของชาติไทย
  • ท่านที่ 4 คือ "หลวงพรหมเสนา" (ชักดาบเตรียมสู้ ระวังหลังอยู่อีกมุมหนึ่ง มองไม่เห็นในธนบัตร) เป็นทหารชั้นประทวน มียศเป็นจ่าเมือง รับใช้ใกล้ชิดพระยาตากมาแต่ครั้งอยู่เมืองตาก เป็นคนที่ชอบทางด้านไสยศาสตร์ วิชาอาคม เก่งในเรื่องการใช้ธนู เป็นหมอสักยันต์ให้แก่บรรดาทหารกล้าในกองทัพของพระยาตาก
  • จึงรวมครบ 4 ยอดทหารเอก ดังปรากฏ ณ อนุสาวรีย์ข้างต้น
  • ธนบัตรใบละ 20 บาทนี้ นำเอาภาพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชผู้ทรงพระปรีชาด้านการรบ และสามารถกอบกู้เอกราชของคนไทยให้กลับคืนมาจากพม่า จนทางราชการประกาศให้วันที่ 28 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ซึ่งได้บันทึกไว้ให้อนุชนคนรุ่นหลังได้ศึกษาและระลึกถึงคุณงามความดีของพระองค์และเหล่าทหารกล้าคู่พระราชหฤทัยผ่านทางธนบัตร.....นี่คือ อีกหนึ่งวิถีของ 1 ใน 7 มหาราชของชาติไทย ผู้สร้างเราให้เป็นประเทศไทยทุกวันนี้ครับ


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น